นิทรรศการเดี่ยวของ 4 ศิลปิน

นิทรรศการเดี่ยวของ 4 ศิลปิน
วันที่ 7-31 มีนาคม 2554
ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป
นิวเคลียร์ (New Clear)  :  ปัญญา วิจินธนสาร
ต่าง ต่าง นา นา (Various Different)  :  ประสงค์ ลือเมือง
อายตนะแดนเชื่อมต่อ (Sixth Sense)  :  อลงกรณ์ หล่อวัฒนา
แด่มนุษยชาติ (For All Mankind)  :  ธวัชชัย สมคง

ภัณฑารักษ์ : อลงกรณ์ จันทร์สุข

This slideshow requires JavaScript.


ขอให้แสงสว่างเกิดขึ้นในจิตใจ………….ของมวลมนุษย์

จุดเริ่มต้นของนิทรรศการในครั้งนี้ เกิดขึ้นมาจากความอยากของสี่ศิลปิน ที่  “ อยากระบาย………    ความอัดอั้น กดดัน บีบคั้น กับสิ่งเลวร้ายที่กำลังเกิดขึ้นบนโลกใบนี้…….ไม่เว้นแต่ละวัน” นำโดย  อาจารย์ปัญญา วิจินธนสาร  ประสงค์ ลือเมือง  อลงกรณ์ หล่อวัฒนา และธวัชชัย สมคง จะว่าไปแล้ว    ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำให้ศิลปินทั้งสี่คนมารวมตัวกันได้ เพราะนอกเหนือจากการเป็นศิลปินโดยอาชีพแล้ว แต่ละคนก็ยังมีภาระหน้าที่อื่นๆอันหนักอึ้งพวงท้ายกันมาคนละหลายตำแหน่ง ดังนั้น เวลา เวลาและเวลา จึงค่อนข้างเป็นปัญหาใหญ่  แต่ยังโชคดีที่ทุกคนล้วนมีความอยากที่จะสร้างสรรค์ผลงานศิลปะอย่างรุนแรงและสม่ำเสมออยู่ในสายเลือดเหมือนๆกัน ทั้งหลายทั้งปวงจึงนำมาสู่การจัดนิทรรศการเดี่ยว 4 นิทรรศการขึ้น ในคราวเดียวกัน…..ในที่สุด
ภัณฑารักษ์ : อลงกรณ์ จันทร์สุข

“นิว เคลียร์ :  New Clear” โดย อาจารย์ปัญญา วิจินธนสาร  ถ้าได้ฟังแค่ชื่อเพียงอย่างเดียวก็จะทำให้นึกไปไกลถึงระเบิดนิวเคลียร์ แต่หากถอดความหมายทีละตัวอักษร จะมีความหมายว่า “ทำขึ้นใหม่ให้สะอาด”  ซึ่งเป็นแนวความคิดของผลงานในชุดนี้ ในปัจจุบันเป็นที่รับรู้กันดีอยู่แล้วว่าความเจริญทางด้านวัตถุมักสวนทางกับความเจริญงอกงามทางด้านจิตใจอยู่เสมอ ยิ่งวัตถุเจริญมากขึ้นเท่าไร จิตใจของมนุษย์ก็ตกต่ำลงเท่านั้น เหตุมาจากความโลภ อยากมี อยากได้ อยากเป็น ชิงดีชิงเด่น    ชอบเติมเต็มความสุขให้กับตัวเองโดยการไปเบียดเบียนความสุขของผู้อื่น ฉะนั้นถึงเวลาแล้วที่เราต้องทำความสะอาดหรือเคลียร์ความคิดและจิตใจของตัวเองเสียใหม่ หาทางออกให้ได้ว่าในวันนี้เราจะอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุขได้อย่างไร และอีกนัยหนึ่งศิลปินอยากจะเคลียร์แนวทางการสร้างสรรค์ผลงานของตนเองที่ผ่านมา ด้วยการลดทอนสาระ เน้นความเรียบง่ายที่สุด เพื่อให้ความสงบเกิดขึ้นในงาน

“ต่างๆ นาๆ” โดย ประสงค์ ลือเมือง นำเสนอเรื่องราวต่างๆนาๆ สาระพันสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมมนุษย์ สะท้อนแง่มุมต่างๆในการวิถีดำรงชีวิตแบบไร้แก่นสารที่เห็นกันอยู่ในสังคมปัจจุบันได้อย่างเข้มข้น โดยเฉพาะระบบทุนนิยมที่เข้ามาครอบงำวิถีชีวิตชนบท จนบางครั้งทำให้เราสูญเสียความเป็นคน มักถูก ชักจูงให้เข้าไปเป็นทาสรับใช้ในระบบ ตกอยู่ภายใต้อำนาจเงินโดยไม่รู้ตัว ศิลปินพยายามชี้นำหนทางรอดผ่านผลงานศิลปะที่เต็มไปด้วยรายละเอียด การเขียนอักษรธรรมที่แฝงด้วยความหมายอันลึกซึ้งเพื่อแสดงให้เห็นว่า ธรรมะในพุทธศาสนาเท่านั้นที่จะช่วยนำพาให้เราเกิดปัญญา หยุดคิด ทบทวน  และธรรมะจะเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจเราให้รอดพ้นจากสิ่งเลวร้ายเหล่านี้ไปได้ เปรียบเสมือนแสงสว่างนำทางให้เราไปสู่ความสุขสงบ

“อารยตนะ แดนติดต่อ” โดย อลงกรณ์ หล่อวัฒนา ถ่ายทอดผลงานผ่านปรัชญาทางพุทธศาสนาเรื่อง “อารยตนะ หรือ แดนติดต่อ”  ซึ่งหมายถึง การรับรู้ของมนุษย์จากอารยตนะ สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งภายในและภายนอก ภายใน 6 ทาง ได้แก่  ตา  หู จมูก ลิ้น กาย ใจ และอารยตนะภายนอกอีก 6 ทาง ได้แก่ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสทางกาย และสิ่งที่ได้ยินมา ในทุกขณะจิตสิ่งต่างๆทั้งดีและชั่วสามารถหลั่งไหลเข้าสู่ตัวมนุษย์ได้ทุกทิศทุกทาง ไม่จำกัดเวลาและสถานที่ ซึ่งเป็นเรื่องน่ากลัว เป็นเรื่องใกล้ตัวที่เราเองก็ไม่ทันได้สังเกต  ไม่ทันได้หยุดคิด หลงใหลได้ปลื้มไปกับสิ่งชั่วที่ทำให้เรามีความสุขกาย จงพึงระวัง! การดำรงชีวิตต้องใช้สติคิดอย่างรอบคอบ รู้จักกลั่นกรอง แยกแยะ จึงจะทำให้ชีวิตเราอยู่ต่อไปได้อย่างเป็นสุข   ศิลปินนำหลักปรัชญานี้มาถ่ายทอดผ่านลายเส้นและสีสันที่ลื่นไหล มีช่องทางเข้าออกมากมายที่สามารถเชื่อมโยงกันได้โดยไม่มีที่สิ้นสุด

“แด่มนุษยชาติ : For All Mankind” โดย ธวัชชัย สมคง ได้บอกเล่าถึงวิกฤตการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในโลกปัจจุบัน ทั้งเรื่องความขัดแย้งทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคมที่กำลังครุกรุ่นทั่วทุกมุมโลกและ อาจเป็นชนวนนำไปสู่สงครามในที่สุด นอกจากนี้ยังชี้ให้เห็นถึงภัยธรรมชาติที่เกิดจากมนุษย์รุมทำร้ายธรรมชาติจนเกินที่จะรับไหว สิ่งทั้งหลายเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีผลกระทบต่อมวลมนุษยชาติโดยตรงทั้งสิ้น   ไม่มีใครหน้าไหนหลีกหนีไปได้ รูปทรงกากบาทขนาดใหญ่ถูกใช้แทนคำว่า “อันตราย” และกากบาทสีขาวเหมือนเครื่องหมายบวกใช้แทนคำว่า ”นับวันยิ่งทวีความรุนแรง” ศิลปินต้องการสะท้อนให้เห็นถึงอันตรายที่กำลังจะคืบคลานมาสู่มวลมนุษยชาติ  และอยากจะให้เราได้พึ่งสังวรไว้ว่า “หากมนุษย์ยังทำร้ายกันเอง ทำลายธรรมชาติอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ……ท้ายที่สุดธรรมชาติจะทำให้มนุษย์สูญสิ้นไปโดยการส่งกลับคืนสู่สามัญ”

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: